search
   TourTookTee ได้ปรับโฉมเว็บไซต์ใหม่แล้วค่ะ ท่านสามารถติดตาม TourTookTee.com รูปแบบใหม่ได้แล้วค่ะ  
กุสินารา ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
1203
13/09/2010

 

 



โปรแกรมทัวร์ ที่เกี่ยวข้อง
1.  พุธคยา ทัวร์อินเดีย สังเวชนีสถาน 4 ตำบล
2.  ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
3.  สวนลุมพินี ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
4.  สารนาถ เมืองพาราณสี ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล


 กุสินารา สังเวชนียสถาน 4 ตำบล

 
เมืองกุสินารา (Kushinagar)
 
             กุสินารา เป็นเพียงเมืองเมืองเล็ก ๆ ในบรรดาเมืองทั้งหลาย แต่ใยเล่าจึงคงความเป็นมหานครในดวงใจของชาวพุทธทั่วโลกนานเท่านาน ทุกเส้นใยสายแห่งความสนใจต่างมุ่งเป้าหมายตรงกันถึงการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า กุสินารามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นฐานแห่งแสงสว่างทางศรัทธาและปัญญาที่มั่นคง จึงเป็นนครที่คววรแก่การสนใจ
        
             ที่ตั้ง กุสินารา ตั้งอยู่ที่ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร หรือกาเซีย หรือกาสยา (Kushinaga; Kasia; Kasaya) ในเขตจังหวัดเทวริยา (Devria; Devriya) รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

             ในสมัยพุทธกาลกุสินารา เป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมือง ปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ (Matha-Kunwar-Ka-Kot) ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า และเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
 
กุสินารา ทัวร์อินเดีย
             กุสินารา เป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ประกอบไปด้วย   สถูปปรินิพพานซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายใน วิหารมาธา กัวร์ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางภูมิสัมผัส อายุกว่า 1000 ปี สถูปถวายพระเพลิงพระสรีระของพระบรมศาสดาที่ชื่อว่า มกุฏพันธเจดีย์ หรือรามภาร์ และกองเนินดินเก่า อันเป็นสถานที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ
 
             เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญ 1 ใน 4 ของสังเวชนียสถานของพระพุทธศาสนา กุสินาราจึงเป็นศูนย์กลาง ของนักแสวงบุญชาวพุทธจากทั่วโลก ที่หลั่งไหลกันเดินทางมาเพื่อเคารพสักการะสถานที่ที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี นอกจากนี้กุสินารายังเป็นสถานที่ตั้งของชุมชน วัดชาวพุทธจากนานาชาติ และเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐอุตตรประเทศ และรัฐบาลอินเดียในปัจจุบัน
 
กุสินารา ทัวร์อินเดีย
 สถูปปรินิพพาน กุสินารา
ความเป็นมา 
 
            กุสินาราก่อนพุทธกาล กุสินารา หรือ กุสินครา เคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นมัลละ 1 ในอาณาจักรแห่งมหาชนบท 16 แคว้นของอินเดียส่วนเหนือ โดยในสมัยนั้นแคว้นมัลละแยกเป็นสองส่วน คือ
 
             1. ฝ่ายเหนือมีเมืองกุสินาราเป็นเมืองหลวง ชื่อว่า "อุปวตฺตนสาลวนํ" หรือ อุปวัตตนะสาลวัน ซึ่งในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า สาลวโนทยาน แปลว่า สวนป่าไม้สาละ ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำหิรัญญวดี เป็นป่าไม้สาละร่มรื่น ซึ่งหลังการปรินิพพานของพระพุทธองค์แล้ว กษัตริย์แห่งมัลละก็ได้ประดิษฐานพระพุทธสรีระไว้ ณ เมืองกุสินาราเป็นเวลากว่า 7 วัน ก่อนที่จะประกอบพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ มกุฏพันธนเจดีย์ ในวันที่ 8 แห่งพุทธปรินิพพาน
เจ้าปกครองเรี
             การที่พระพุทธองค์ทรงเลือกเมืองกุสินาราอันเป็นเมืองเล็กแห่งนี้เป็นสถานที่ปรินิพพาน มีหลายสาเหตุ แต่สาเหตุสำคัญ คือ ทรงทราบดีว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว พระสรีระและพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์จักถูกแว่นแคว้นต่าง ๆ แย่งชิงไปทำการบูชา หากพระองค์ปรินิพพานในเมืองใหญ่ เมืองใหญ่เหล่านั้นอาจไม่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้เมืองเล็ก ๆ เช่น เมืองกุสินารา เป็นต้น ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะหลังพระพุทธองค์ปรินิพพาน เจ้าผู้ครองแคว้นต่าง ๆ ก็ได้ยกกองทัพหลวงของตนมาล้อมเมืองกุสินาราเพื่อจะแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุ แต่ด้วยความที่กุสินาราเป็นเมืองเล็ก จึงต้องยอมระงับศึกโดยแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้ทุกเมืองโดยไม่ต้องเกิดสงครามยกว่า "โกสินารกา
 
กุสินารา ทัวร์อินเดีย 
 
 
 
         กุสินาราหลังพุทธปรินิพพาน หลังพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้ว เมืองกุสินารากลายเป็นเมืองสำคัญศูนย์กลางแห่งการสักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน เหล่ามัลลกษัตริย์ได้สร้างเจดีย์และวิหารเป็นจำนวนมากไว้รอบ ๆ สถูปใหญ่คือ มหาปรินิพานสถูป อันเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มหาสถูปนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของปูชนียสถานอื่น ๆ ที่สร้างขึ้นมาภายหลังในบริเวณนั้นต่อมา
กุสินารา ทัวร์อินเดีย              กุสินารา ทัวร์อินเดีย
            
             2. ฝ่ายใต้มีเมืองปาวาเป็นเมืองหลวง เจ้าปกครองเรียกว่า "ปาเวยยมัลลกะ"
          
            ทั้งสองเมืองนั้นตั้งอยู่ห่างกันเพียง 12 กิโลเมตร มีอำนาจในการบริหารแยกจากกัน โดยมีระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (สามัคคีธรรม) โดยมีแม่น้ำหิรัญญวดีคั่นตรงกลาง กุสินารานั้นเมื่อเปรียบเทียบกับแคว้นอื่น ๆ ในสมัยพุทธกาล จัดว่าเป็นแคว้นเล็ก ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนักในด้านเศรษฐกิจ ดังที่พระอานนท์ได้ทูลทักท้วงพระพุทธองค์ที่ทรงเลือกเมืองกุสินาราเป็นสถานที่ปรินิพพานไว้ว่า

 
           กุสินาราในสมัยพุทธกาล อาณาจักรแคว้นมัลละ มีความเจริญรุ่งเรืองในความเป็นอิสระแห่งตน มิได้มีเมืองขึ้นต่ออาณาจักรใด ๆ เป็นเมืองที่มีรอยตะเข็บติดต่อของแคว้นใหญ่ ๆ เส้นทางนี้เป็นพุทธมรรคา คือ ทางที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จผ่าน จากการจาริก พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ 500 โดยประมาณ ผ่านจากกรุงกบิลพัสุ์ไปเมืองสำคัญทางตอนเหนือ เช่น ราชคฤห์ ไวสาลี และปาฏลีบุตร ดังปรากฎในพระสูตรที่ทรงแสดงในกุสินารา
 
           ในปัจฉิมโพธิกาล กล่าวไว้ว่าเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดเลือกให้เป็นผืนแผ่นแห่งปฐพีที่รองรับการเสด็จดับขันธปรินิพพานและส่งเสด็จพระพุทธสรีระเป็นวาระสุดท้าย เป็นตำนานการกำเนิดพระบรมสารีริกธาตุ สถูปอันเป็นปฐมสร้างขึ้นด้วยมหาศรัทธาแห่งมัลลกษัตริย์เป็นครั้งแรกที่นี่ และเป็นที่แจกพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่นครน้อยใหญ่ทั้ง 8 แห่ง

 
           พ.ศ.200 กุสินาราถูกลดความสำคัญลงเมื่ออาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งมคธของราชวงศ์เมารยะได้ทำการยึดครอง           
           พ.ศ.270-310 ยุคพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เมารยะ ได้เสด็จยืนและสร้างอนุสรณ์สถานที่สำคัญ มีหลักฐานว่า ได้ทรงสร้างสถูปหลายแห่งรวมทั้งเสาหินพร้อมจารึก แต่เสาหินที่กุสินารายังไม่มีการค้นพบ
           พ.ศ.956-998 พระพุทธรูปปางปรินิพพานขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวพุทธคนหนึ่งชือ ฮารีบาลา ในยุคของกุมารคุปตะ 
           พ.ศ.956-998 พระถังซัมจั๋ง ได้บันทึกตอนหนึ่งว่า พบสถานที่ปรักหักพัง ถนนถูกทอดทิ้ง เหลือญานรากกำแพงที่ทำด้วยอิฐ มีวิหารใหญ่แห่งหนึ่งที่สร้างด้วยอิฐเป็นที่ประทับของพระตถาคตเสด็จปรินิพพาน พระองค์กำลังนอนบรรทมหันพระเศียรไปทางทิศเหนือเสมือนหนึ่งกำลังบรรทมหลับ ข้าง ๆ วิหารเป็นที่ตั้งสถูปองค์หนึ่ง
           พุทธศตวรรษที่15-16 มีการสร้างพระพุทธรูปปางภูมิสัมผัส โดยการแกาะสลักหินสีดำ สูง3.6 เมตร ชื่อว่า มาธากัวร์
           ต้นพุทธศตวรรษที่24 เจ้าหน้าที่อังกฤษของบริษัทอีสต์อินเดียได้มาสำรวจกล่าวถึงกาเซียว่า เป็นหมู่บ้านที่สร้างเป็นกระท่อมประมาณ 100 หลัง มีสถานีตำรวจแห่งหนึ่งพร้อมพบซากปรักหักพังของอนุสรณ์สถานหลายแห่ง แต่ไม่ได้ระบุว่าสำคัญอย่างไร
           พ.ศ.2397 H.H.Wilson เจ้าหน้าที่อังกฤษอีคนหนึ่งได้มาสำรวจและบันทึกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับที่ตั้งกุสินารา
           พ.ศ.2404-05 Sir Alexander Cunningham นักโบราณคดีอักฤษ สำรวจและระบุชื่อสถานที่ว่า กุเซีย หรือ กาเซีย
           พ.ศ.2419 A.C.L.Carlleyle ได้ขุดค้นสถูปกลาง วิหารปรินิพพาน และที่สำคัญพบพระพุทธรูปปางปรินิพพาน
           พ.ศ.2433 ภิกษุมหาวีระ สวามี และท่านเทวจันทรมณี ชาวศรีลังกา เดินทางมายั
 
งกุสินาราและเริ่มอุทิศตัวในการฟื้นฟูพุทธสถานแห่งนี้ร่วมกับเนซารี ชาวพุทธพม่า จนได้สร้างวัดขึ้นใหม่ชื่อว่า "มหาปรินิวานะ ธรรมะศาลา"
           พ.ศ.2447-54 มีการค้นสำรวจทางโบราณคดีของอินเดียอย่างเป็นทางการ ครังแรกนำโดย เจ.พี.โวเกิล ครั้งสองนำโดย ฮิรัน อันดา ศาสตรี พิสูจน์ได้ถึงจุดที่ตั้งของกุสินารา แต่ไม่มีกหลักฐานชิ้นใดที่ขุดค้นพบที่กล่าวถึงชื่อคำว่า กุสินารา หรือชื่อที่ใกล้เคียง
           พ.ศ. 2498 รัฐบาลอินเดียได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพัฒนาปูชนัยสถานแห่งนี้เพื่อเตรียมเฉลิมฉลอง 25 พุทธชยันตี โดยได้รื้อโครงสร้างวิหารปรินิพพานเก่า (ที่ได้รับการบูรณะสร้างใหม่) ออกเพื่อสร้างมหาปรินิพพานวิหารใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างและสามารถรองรับพุทธศานิกชนได้
           พ.ศ. 2499-2507 วิหารได้พังลงมา ทางการอินเดียจึงบูรณะสร้างขึ้นใหม่ และในปี พ.ศ. 2518 และทางการอินเดียและพุทธศาสนิกชนก็ได้มีส่วนร่วมในการบูรณะกุสินาราจนมีสภาพสวยงามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
กุสินารา ทัวร์อินเดีย                  กุสินารา ทัวร์อินเดีย
 
        
            ปัจจุบันกุสินารา ได้รับการบูรณะ และมีปูชนียวัตถุสำคัญ ๆ ที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะคือ
 
           - "สถูปปรินิพพาน" เป็นสถูปแบบทรงโอคว่ำที่เป็นทรงพระราชนิยมในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช บนสถูปมียอมมน มีฉัตรสามชั้น
 
           - "มหาปรินิพพานวิหาร" ตั้งอยู่ด้านหน้าในฐานเดียวกันกับสถูปปรินิพพาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางเสด็จดับขันธปรินิพพาน (คือพระพุทธรูปนอนบรรทมตะแคงเบื้องขวา) ศิลปะมถุรา มีอายุกว่า 1,500 ปี ในจารึกระบุผู้สร้างคือ หริพละสวามี โดยนายช่างชื่อ ทินะ ชาวเมืองมถุรา ในปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดหมายสำคัญที่ชาวพุทธจะมาสักการะ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะอันพิเศษคือเหมือนคนนอนหลับธรรมดา แสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานจากไปอย่างผู้หมดกังวลในโลกทั้งปวง
กุสินารา ทัวร์อินเดีย
พระพุทธรูปปางปรินิพพาน กุสินารา
 
           - "มกุฏพันธนเจดีย์" อยู่ห่างจากปรินิพพานสถูปไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ชาวท้องถิ่นเรียก รัมภาร์สถูป เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ มีสภาพเป็นเนินดินก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่ ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้เข้ามาบูรณะซ่อมแซมไว้อย่างดี
ปัจจุบันชาวพุทธทั่วโลกได้มาก่อสร้างวัดไว้มากมาย โดยมีวัดของไทยด้วย ชื่อ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ปัจจุบันชาวไทยที่มาสักการะ ณ กุสินารา นิยมมาพักที่นี่
 
            - "พุทธสถานโบราณลุมพินี" ปัจจุบันได้รับการบูรณะซ่อมแซมเป็นอย่างดีจากรัฐบาลอินเดีย โดยรอบมีสภาพเป็นสวนป่าสาละร่มรื่นเหมือนครั้งพุทธกาล ชวนให้เจริญศรัทธาแก่ผู้มาสักการะตลอดมาจนปัจจุบัน
              
            - "วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์" เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 มีเนื้อที่ราว 14 ไร่ (6 เอเคอร์) ตั้งอยู่บริเวณกุสินารา อยู่ห่างจากสาลวโนทยาน สถานที่ดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพูทธเจ้า ประมาณ 500 เมตรปัจจุบันมีพระราชรัตนรังษี เป็นประธานสงฆ์
กุสินารา ทัวร์อินเดีย
มกุฏพันธนเจดีย์ กุสินารา
 
คำบูชาสถานที่ปรินิพพาน
          วันทามิ อิมัง ปะรินิพพานะถูปัง,
อมัสมิง กุสินารายัง สาละวโนทะเย พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปะรินิพพานัฏฐาเน, อะยัง วันทะนา อัมหากัง ทีฆรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ
       คำแปล :
          ข้าแต่ขอกราบไหว้สถูปอันเป็นที่ปรินิพพานนี้ ณ สาลวโนทยานที่เมืองกุสินารานี้ อันเป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอการกราบไหว้นี้ จงเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขความเจริญ ของข้าพเจ้าทั้งหลายเทอญ
 
 

กุสินารา ทัวร์อินเดีย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล
 
ข้อความ : 
ใส่ Link ที่เกี่ยวข้อง    (เฉพาะสมาชิกเท่านั้น)
คำอธิบาย Link    (เฉพาะสมาชิกเท่านั้น)
รูปภาพ : 
  รูปแบบไฟล์ *.jpg, *.gif เท่านั้น จำกัดขนาดไม่เกิน 150 kb (เฉพาะสมาชิกเท่านั้น)
คำอธิบายรูป  
  คำอธิบายรูป ไม่เกิน 255 ตัวอักษร (เฉพาะสมาชิกเท่านั้น)
 
  *ยังไม่เป็นสมาชิก  
  >>เชิญสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ที่นี่<<
จากคุณ :   
อีเมล์ :   
  *สำหรับสมาชิก (ใช้เฉพาะการแสดงความคิดเห็นครั้งนี้เท่านั้น)  
Username :   
Password :